การเลือกซื้อเปลเด็ก

เปล เด็ก

จะซื้อเปลเด็กแบบไหนให้ลูก

 

เปล เด็ก สำหรับกล่อมลูกน้อยให้นอนหลับสบาย นับเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่จำเป็น ซึ่งปัจจุบันก็มีอยู่หลากหลายรูปแบบด้วยกัน อย่างเปลโยกและเปลเพนก็เป็นแบบที่ได้รับความนิยมไม่น้อย คุณแม่ท่านไหนกำลังอยากได้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการเลือกซื้อ วันนี้เราก็มีมานำเสนอด้วยเช่นกัน  

 

เปล เด็ก เป็น 1 ในเครื่องใช้อำนวยความสะดวกที่สำคัญของคุณแม่ลูกอ่อน เพราะช่วยให้ทารกรู้สึกสบายและนอนหลับได้ง่าย ปัจจุบันมีเปลเด็กให้เลือกซื้อหลายลักษณะ ทั้งเปลแบบแกว่งไกวด้วยมือเพื่อช่วยกล่อมเด็กนอน แบบมีล้อเคลื่อนที่ได้หรือเป็นเปลลูกกรงแบบตั้งอยู่กับที่ และแบบไฟฟ้าที่เเกว่งโดยอัตโนมัติ แต่จะเลือกซื้อเปลแบบไหนให้ตอบโจทย์และปลอดภัยต่อสุขภาพลูกน้อยมากที่สุด ?

 

เปลโยกดีหรือไม่อย่างไร

เปลโยกสำหรับเด็กเป็นอีกหนึ่งรูปแบบยอดนิยมที่คุณพ่อและคุณแม่ทั้งหลายมีไว้ครอบครอง เพื่อใช้ประโยชน์ในการนอนสำหรับเด็ก

 

เปลโยกคืออะไร?

เปลโยกคือเปลเด็กที่มีลักษณะเหมือนเก้าอี้ เป็นที่นอนเด็กอีกหนึ่งรูปแบบให้เด็กนอนและสามารถโยกได้ รองรับด้วยเบาะขนาดพอดีตัว ไม่สามารถแกว่งหรือไกวได้ เวลากล่อมเด็กต้องใช้วิธีโยก ช่วยให้เด็กนอนหลับสบายและสนิทตลอดคืน แต่เด็กจะไม่สามารถดิ้นได้มาก เนื่องจากตัวเปลมีขนาดพอดีตัว

 

วิธีการเลือกซื้อ

  • ควรเลือกที่เบาะนุ่มทำจากเนื้อผ้าคุณภาพไม่ทำให้รู้สึกระคายเคือง
  • ขนาดของเปลควรรองรับกับลูกได้พอดีและควรใหญ่กว่าตัวลูกนิดหน่อยเพื่อให้เด็กนอนสบาย
  • ปัจจุบันมีดีไซน์หลากหลาย เลือกที่มีสีสันและลวดลายน่าสนใจ เพื่อช่วยในการเสริมสร้างพัฒนาการของเด็ก
  • เปลบางรุ่นมีชุดโมบายห้อยอยู่ด้วย ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการได้อีกทาง
  • ตรวจสอบโครงสร้างให้ดี ควรมีความแข็งแรงโดยสังเกตที่ขาของเปล ควรทำจากเหล็กหรือวัสดุคุณภาพดี
  • การดูว่าเปลสามารถโยกได้มากหรือน้อยแค่ไหนให้สังเกตที่ความโค้งของขาของเปล
  • ควรมีการรักษาความปลอดภัยอย่างดี เช่น เข็มขัดรัดตัวเด็ก เป็นต้น
  • การเลือกแบบที่พับเก็บง่ายจะสะดวกต่อการจัดเก็บและการพกพา
  • พยายามเลือกที่มีน้ำหนักเบา เพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้าย
  • หากเลือกที่สามารถปรับเอนนอนได้หลายระดับ จะสอดคล้องกับการนอนของลูกมากยิ่งขึ้น
  • อย่าลืมดูด้วยว่าเปลที่จะเลือกซื้อรับน้ำหนักได้กี่กิโลกรัมและเปรียบเทียบกับน้ำหนักของลูกก่อนตัดสินใจซื้อ
  • เลือกแบบที่เบาะสามารถถอดซักได้ จะสามารถทำความสะอาดได้ง่าย
  • บางรุ่นมีระบบสั่นสะเทือนเสมือนการอุ้มของคุณแม่ ช่วยกล่อมลูกให้หลับสบายได้ง่ายขึ้น โดยที่คุณแม่ไม่ต้องเสียเวลานั่งโยกให้ สามารถเอาเวลาไปทำอย่างอื่นได้ ยกตัวอย่างแบรนด์ที่ออกแบบระบบนี้ คือ Camera

 

ข้อดีของเปลโยก

ขนาดไม่ใหญ่โตจนเกินไป เอื้ออำนวยต่อการพกพาไปในที่ต่างๆ ทั้งยังง่ายต่อการจัดเก็บไม่เปลืองเนื้อที่ด้วยขนาดที่กระทัดรัด หากเลือกเปลที่มีคุณภาพจะช่วยให้การหลับของลูกน้อยสนิทและสบายยิ่งขึ้น

 

ข้อเสียของเปลโยก

มีขนาดพอดีตัวเด็ก ใช้สำหรับนอนได้เพียงอย่างเดียว เด็กไม่สามารถเคลื่อนไหวอย่างอื่นบนเปลได้ เช่น การหัดคลาน และเวลานอนก็อาจขยับตัวได้น้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับเปลแบบอื่น

 

เปลเด็กมีกี่ประเภท ?

การเลือกเปลเด็กให้เหมาะสมกับช่วงวัยของลูกน้อยเป็นสิ่งที่สำคัญ โดยในช่วงสัปดาห์แรก ๆ หลังลืมตาดูโลก ทารกมักรู้สึกสบายและอบอุ่นเมื่ออยู่ในเปลตะกร้าขนาดเล็กพอดีตัวมากกว่าเปลที่มีพื้นที่กว้าง แต่เมื่อเริ่มโตขึ้นหรือถึงวัยหัดคลาน ก็ย่อมจำเป็นต้องมีพื้นที่มากขึ้นหรือมีที่กั้นเพิ่มความปลอดภัยแก่เด็ก นอกจากนี้ คุณสมบัติต่าง ๆ ของเปลก็เป็นเงื่อนไขสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนเลือกซื้อ

 

เปลเด็กที่นิยมใช้ในปัจจุบันแบ่งเป็นประเภทหลัก ๆ ดังนี้

 

เปลตะกร้า

 

คุณสมบัติ เป็นเปลที่มีน้ำหนักเบาและมีหูจับสำหรับหิ้ว ค่อนข้างพกพาง่ายและมักมาพร้อมกับชุดเครื่องนอน มีขนาดเล็กเหมาะสำหรับทารกแรกเกิดที่มักรู้สึกสบายและหลับง่ายในเปลแคบ ๆ บางแบบมีที่ครอบเปลบริเวณศีรษะ หรือสามารถประกอบกับล้อเสริมเป็นเปลรถเข็น และบางแบบก็มีฐานรองที่สามารถปรับระดับหรือโยกไกวได้ แต่เนื่องด้วยมีขนาดเล็กจึงใช้ได้กับทารกในช่วง 3 เดือนแรกเท่านั้น

 

เคล็ดลับในการเลือกซื้อและการใช้งาน ก่อนเลือกซื้อเปลชนิดนี้ควรลองถือให้แน่ใจว่าหูจับทั้ง 2 ข้างของเปลประกบกันได้และมีความมั่นคงแข็งแรง หากต้องการเคลื่อนย้ายลูกน้อยก็ควรใช้มืออีกข้างหนึ่งโอบใต้เปลขณะถือด้วย และเมื่อใกล้ถึงช่วงที่ต้องย้ายเด็กไปนอนเปลที่มีพื้นที่มากกว่า พ่อแม่อาจพยายามให้ลูกค่อย ๆ เกิดความคุ้นชินโดยเริ่มจากการนำเปลตะกร้าไปวางไว้ในเปลใหม่ก่อน

 

เปลไกว

 

คุณสมบัติ การแกว่งไกวของเปลเป็นการเคลื่อนไหวคล้ายกับขณะที่ทารกยังอยู่ในท้องแม่ เปลไกวจึงเป็นตัวช่วยที่ทำให้คุณแม่ไม่ต้องอุ้มกล่อมลูกน้อยตลอดเวลา โดยเปลชนิดนี้เหมาะกับทารกในช่วง 2-3 เดือนแรกมากที่สุด และเพื่อความปลอดภัยควรใช้ดูแลเด็กที่มีน้ำหนักไม่เกิน 7-12 กิโลกรัม ซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดของเปลไกวและข้อกำหนดในคู่มือการใช้งานด้วย อย่างไรก็ตาม คุณแม่ควรจำกัดเวลาในการไกวเปลให้ลูกน้อยไม่เกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน หากไม่จำเป็นจริง ๆ ควรอุ้มกล่อมด้วยตนเอง เพื่อให้ลูกน้อยสัมผัสถึงความอบอุ่นจากอ้อมกอดแม่

 

เคล็ดลับในการเลือกซื้อและการใช้งาน เด็กบางคนอาจไม่ชอบหรือรู้สึกไม่สบายตัวเมื่อพ่อแม่ไกวเปล ทางที่ดีก่อนซื้อจึงควรลองให้ลูกนอนในเปลไกวแล้วดูว่าเด็กเงียบหรือหลับสบายดีหรือไม่ เมื่อตัดสินใจซื้อแล้วควรระมัดระวังและตรวจดูอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยของเปลให้แน่นหนาเพียงพอที่จะป้องกันเด็กลื่นตกลงมา รวมทั้งเลือกเปลไกวที่กว้างพอและไม่สูงจากพื้นเกินไป ซึ่งจะช่วยให้เปลไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่งและหลีกเลี่ยงอันตรายจากการตกเปล

 

เปลลูกกรง

 

คุณสมบัติ เป็นเปลที่มีพื้นที่กว้างสำหรับทารกและมีที่กั้นเป็นลูกกรงค่อนข้างสูง มีขายแบบแยกชิ้นส่วนก่อนนำมาประกอบเองที่บ้าน โดยบางชนิดถูกออกแบบมาให้สามารถแกว่งไกวหรือโยกเพื่อช่วยกล่อมให้ทารกหลับง่ายขึ้น มักใช้ได้นานกว่าเปลตะกร้าที่ใช้ได้จนถึงเด็กมีอายุไม่เกิน 4-6 สัปดาห์ แต่เปลลูกกรงก็เคลื่อนย้ายลำบาก มีราคาแพงกว่า และอาจไม่มีชุดเครื่องนอนสำหรับเด็กแถมมาให้  

 

เคล็ดลับในการเลือกซื้อและการใช้งาน เปลลูกกรงอาจไม่ปลอดภัยอีกต่อไปเมื่อเด็กมีอายุประมาณ 6 เดือน หรือเริ่มลุกขึ้นนั่งได้เองแล้ว

เปลเพน

 

คุณสมบัติ เปลชนิดนี้มักมีลักษณะเหมือนคอก ช่วยป้องกันอันตรายจากการที่เด็กคลานซุกซนไปมา เป็นเปลแบบพับเก็บได้ทำให้พกพาสะดวก โดยมีทั้งแบบเปิดกว้างและแบบมีมุ้งปิดป้องกันยุงหรือแมลง เหมาะสำหรับเด็กวัย 6-7 เดือนที่กำลังเริ่มคลาน และอาจใช้ประโยชน์ได้จนเด็กมีอายุถึง 2 ปี หรือจนกว่าจะถึงวัยที่เด็กปีนป่ายออกมาได้

 

เคล็ดลับในการเลือกซื้อและการใช้งาน พ่อแม่อาจใส่หนังสือหรือของเล่น 2-3 ชิ้นไว้ในเปลให้ลูกน้อยได้เล่นและหยิบจับ เพื่อช่วยส่งเสริมพัฒนาการทารกแก่เด็กไปด้วย

ข้อคำนึงเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้เปลเด็ก

 

นอกจากการเลือกประเภทเปลเด็กให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ในการใช้และวัยของลูกแล้ว ความปลอดภัยก็เป็นอีกส่วนสำคัญที่พ่อแม่ไม่ควรละเลย โดยมีข้อแนะนำในการใช้เปลเด็ก ดังต่อไปนี้

 

  • เลือกฟูกที่พอดีกับเปล หรือเลือกเปลที่มีฟูกขนาดพอดีกัน มีความนุ่มและหนาแน่นมากพอเพื่อให้เด็กนอนอย่างสบาย หากฟูกอ่อนนุ่มเกินไปหรือสามารถสอดนิ้วระหว่างขอบเปลและฟูกได้มากกว่า 2 นิ้ว อาจเสี่ยงทำให้จมูกและปากของเด็กไปติดบริเวณดังกล่าว หรือถูกฟูกกดทับจนเด็กหายใจไม่ออกได้

 

  • อย่าวางหมอน ผ้าห่ม หรือตุ๊กตาไว้ในเปลจนแน่นเกินไป เพราะอาจทำให้ปากหรือจมูกของเด็กถูกกดทับและหายใจไม่ออก

 

  • เลือกเปลลูกกรงที่มีระยะห่างของซี่กรงไม่เกิน 2.5 นิ้ว เพื่อป้องกันศีรษะทารกติดหรือหลุดลอดออกจากช่องได้

 

  • เลือกเปลที่มีฐานมั่นคงและสมดุล เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถรับน้ำหนักทารกได้ดีพอและจะไม่พลิกคว่ำ

 

  • หากเป็นเปลแบบประกอบหรือพับได้ ควรตรวจดูตัวล็อกให้แน่นหนาหลังติดตั้ง ป้องกันเปลล้มหรือทรุดตัว ส่วนเปลที่มีล้อก็ควรตรวจให้แน่ใจว่าเปลล็อกอยู่กับที่ เพื่อไม่ให้เปลเลื่อนไหลไปเอง

 

  • เด็กทารกมักมีน้ำลายไหล พ่นนมออกมา หรือผ้าอ้อมซึมเปื้อนจนเลอะเปลได้ จึงควรเลือกเปลที่ถอดมาทำความสะอาดได้ง่าย

 

  • สำหรับเปลเด็กที่มีถาดใส่อาหารหรือโมบายกล่อมเด็กแถมมา ควรดูให้แน่ใจว่าสามารถถอดเข้าออกได้ง่ายและไม่เป็นอุปสรรคต่อการวางทารกลงบนเปลหรืออุ้มออกจากเปล

 

  • เมื่อเด็กนอนหลับ พ่อแม่ควรคอยระวังและจับให้เด็กนอนหงายอยู่เสมอ

 

  • ดูให้แน่ใจว่าของเล่นทุกชิ้นที่ให้ลูกเล่นหรือวางไว้ในเปลประกอบกันแน่นสนิท ไม่หลุดออกมาเป็นชิ้นเล็ก ๆ เพราะหากเด็กนำเข้าปากอาจเกิดการสำลักจนเป็นอันตรายถึงชีวิต

 

  • คอยเฝ้าดูทารกอย่างใกล้ชิด ระมัดระวังสัตว์เลี้ยงหรือเด็กเล็กในบ้านที่โตกว่า เพราะอาจวิ่งชนหรือปีนป่ายจนเปลล้มลงได้

 

  • หลีกเลี่ยงการใช้เปลตะกร้าที่ทำจากวัสดุถักสาน เนื่องจากเสี่ยงทำให้ทารกหายใจไม่ออกและอาจนำไปสู่การเสียชีวิตอย่างฉับพลัน

 

 

กลับสู่หน้าหลัก https://justwhookid.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *